การพัฒนาการของเด็ก

เด็กแต่ละวัยนั้น มีพัฒนาการที่แต่ต่างกัน และการพัฒนาการของเด็กก็มีหลายด้านด้วยกัน คุณพ่อคุณแม่ สามารถศึกษา การพัฒนาการของเด็ก แต่วัยวันได้จาก Weblog นี้เลยครับ

Your son is 2 years old and still isn't talking. He says a few words, but compared with his peers you think he's way behind. You remember that his sister could put whole sentences together at the same age. Hoping he will catch up, you postpone seeking professional advice. Some kids are early walkers and some are early talkers, you tell yourself. Nothing to worry about...

This scenario is common among parents of kids who are slow to speak. Unless they observe other areas of "slowness" during early development, parents may hesitate to seek advice. Some may excuse the lack of talking by reassuring themselves that "he'll outgrow it" or "she's just more interested in physical things."

Knowing what's "normal" and what's not in speech and language development can help you figure out if you should be concerned or if your child is right on schedule.

Understanding Normal Speech and Language Development

It's important to discuss early speech and language development, as well as other developmental concerns, with your doctor at every routine well-child visit. It can be difficult to tell whether a child is just immature in his or her ability to communicate or has a problem that requires professional attention. These developmental norms may provide clues:

Before 12 Months

It's important for kids this age to be watched for signs that they're using their voices to relate to their environment. Cooing and babbling are early stages of speech development. As babies get older (often around 9 months), they begin to string sounds together, incorporate the different tones of speech, and say words like "mama" and "dada" (without really understanding what those words mean). Before 12 months, children should also be attentive to sound. Babies who watch intently but don't react to sound may be showing signs of hearing loss.

By 12 to 15 Months

Kids this age should have a wide range of speech sounds in their babbling and at least one or more true words (not including "mama" and "dada"). Nouns usually come first, like "baby" and "ball." Your child should also be able to understand and follow single directions ("Please give me the toy," for example).

From 18 to 24 Months

Kids should have a vocabulary of about 20 words by 18 months and 50 or more partial words by the time they turn 2. By age 2, kids should be learning to combine two words, such as "baby crying" or "Daddy big." A 2-year-old should also be able to follow two-step commands (such as "Please pick up the toy and bring me your cup").

From 2 to 3 Years

Parents often witness an "explosion" in their child's speech. Your toddler's vocabulary should increase (to too many words to count) and he or she should routinely combine three or more words into sentences.

Comprehension also should increase — by 3 years of age, a child should begin to understand what it means to "put it on the table" or "put it under the bed." Your child also should begin to identify colors and comprehend descriptive concepts (big versus little, for example).

Reviewed by: Amy Nelson, MA, CCC-SLP
Date reviewed: October 2008

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2551

พัฒนาการของเด็กวัย 3 เดือน

พัฒนาการในแต่ละด้าน ของเด็กวัย 3 เดือน

สามารถพลิกตัวได้ สามารถพลิกตัวจากหน้าไปหลังเมื่อ 4 เดือน และพลิกจากหลังมาหน้าได้เมื่อ 6 เดือน แม้ว่าหลาย ๆ คนอาจช้าหรือเร็วกว่านี้

เด็กควรจะเอามือยันพื้นยกอกตัวเองพ้นเมื่ออายุได้4 เดือนเป็นอย่างต่ำ

คืบ คลานคืบได้แบบอกแตะพื้น เวลาจับมือสามารถลากตัวเองมาข้างหน้าได้
เราสามารถจับมือขึ้นเพื่อให้เด็กยืนบนขาตัวเองได้

เล่นนิ้วมือนิ้วเท้าตัวเอง

เริ่ม ที่จะนั่ง เด็กสามารถเริ่มนั่งได้เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน แต่น้อยรายที่จะนั่งได้เองโดยไม่มีการช่วยจับ เพราะเด็กส่วนใหญ่จะนั่งสักพักก็ล้ม จึงไม่แนะนำให้หัดนั่งบนพื้นแข็ง

นน.ตัวเพิ่มเป็นสองเท่าของแรกเกิด คือ 6-8 กก ในช่วงอายุ 4 เดือน

ร้อง น้อยลง และดูเหมือนจะร้องเมื่อมีเหตุ คืออาจมีเหตุผลของการร้องมากขึ้น สามารถหาสาเหตุได้ เช่น ปวดท้อง แฉะ หิว อย่างไรก็ตาม การร้องจากเหตุ โคลิก หรือร้องร้อยวัน จะไม่เจอในช่วงนี้แล้ว

ควบคุมการใช้มือแขน เท้าได้ดีขึ้น สามารถหยิบจับของเข้าปาก และเมื่ออายุ 6 เดือน สามารถส่งของจากมือ ไปยังอีกมือ และรับของที่เรายื่นให้ได้

ส่งเสียงแปลก ๆ อย่างสนุกสนาน และเด็กบางคนเมื่อถึง6เดือนสามารถเลียนเสียงได้บ้าง


- - - - - - - - - - -
พัฒนาการทางด้านต่างๆ แยกเป็นหัวข้อย่อยได้ดังต่อไปนี้

1. พัฒนาการทางร่างกาย

น้ำหนัก 5-6.2 ก.ก. ส่วนสูงประมาณ 60 ซ.ม. ชันคอได้บ้างสามารถพลิกตัว ผงกศีรษะและหันไปมาได้ บังคับกล้ามเนื้อได้บ้าง ถีบเท้าได้
มองดูและเล่นนิ้วตัวเองได้ ต้องการนอนหลับลดลงกว่าเดิม

2. พัฒนาการทางด้านอารมณ์

แสดงความรู้สึกพอใจด้วยการเปล่งเสียงอ้อแอ้ ยิ้มได้บ่อยครั้งมากขึ้น
แสดงความรู้สึกทางสีหน้าได้

3. พัฒนาการด้านสังคม

สนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มองหน้าแม่ขณะดูดนม มองคนที่อยู่ใกล้ๆได้
รู้จักหยุดฟังเสียง เริ่มจำเสียงแม่ได้

4.ความต้องการของเด็ก

ความต้องการพื้นฐานเช่นเดียวกับเด็กอ่อน
ต้องการของเล่นที่เหมาะสมกับการพัฒนาของร่างกายเด็กวัยนี้
ต้องการคนโอบกอดและพูดคุย ต้องการอาหารเสริม


- - - - - - - - - -



เด็กในวัยนี้ จะมีพัฒนาการ อย่างรวดเร็ว และมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก รวมถึงเริ่มเข้าใจภาษามากขึ้นและ
จะซนมากขึ้นด้วย ดังนั้น การส่งเสริมพัฒนาการ ด้านต่างๆควรปฏิบัติดังนี้ค่ะ

1.การส่งเสริม พัฒนาการ ด้านร่างกาย
ใน ช่วงนี้ เด็ก จะยังคงทาน น้ำนม เป็นอาหารหลัก และควรเป็น น้ำนมแม่ จะดีที่สุด คุณแม่ที่มีสุขภาพดี แข็งแรง อาจจะให้น้ำนมได้ถึง 6 เดือน ทารก จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ประมาณเดือนละ 0.5 กิโลกรัม ความยาว ของตัวเด็ก เพิ่มประมาณ 2 ซม.ต่อเดือน ควรเริ่มให้อาหารเสริมตามวัย ทดแทนนม 1 มื้อเมื่อ อายุ 4 เดือน และพยายามงดการให้นมในมื้อดึก เมื่อเด็กมีอายุ 4 เดือนขึ้นไป

2.การ ส่งเสริมพัฒนาการ ด้านการเคลื่อนไหว
เด็กในช่วงนี้ จะพัฒนา ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ด้วยการพลิกคว่ำ พลิกหงาย ไขว่คว้า สิ่งของต่างๆ และการมองเห็นได้ ในระยะที่ไกลขึ้น ดังนั้น ควรส่งเสริม พัฒนาการ เช่น การเล่นกับลูกด้วยของเล่นชิ้นโปรด เพื่อให้ลูกได้พยายามพลิกคว่ำ พลิกหงาย โดยหา ของเล่น ที่เขย่าแล้วมีเสียง เล่นกับลูก ฝึกให้มีการเอื้อม ไขว่คว้า เขย่า เปลี่ยนมือ ถือของ จัดหาของเล่น ที่ปลอดภัยและมีผิวสัมผัสต่างๆกัน เช่น ไม้ พลาสติก ผ้า ยาง เป็นต้น เด็กจะมองเห็น สิ่งที่เคลื่อนไหว และวัตถุที่มีสีสันสดใส หรือของเล่น ได้ในระยะที่ไกล ขึ้นเรื่อยๆ จนใกล้เคียงผู้ใหญ่ เมื่ออายุ 6 เดือน นอกจากนี้ ถ้าจับเด็กนั่ง เด็ก จะยกศีรษะตั้งตรงได้ และนั่งพิงได้นานขึ้น เมื่ออุ้มในท่ายืน จะชอบเอาเท้ายันพื้นและกระโดดไปมา สามารถใช้มือประคองขวดนมได้ สำรวจสิ่งของต่างๆ ด้วยการหยิบเข้าปาก ดังนั้นควรจัดสิ่งแวดล้อม ภายในบ้านให้เอื้อต่อการเคลื่อนไหวของลูก ไม่วางสิ่งของเกะกะ จนเป็นอันตรายต่อลูก

3.การส่งเสริม พัฒนาการ ด้านภาษา
เด็ก จะสามารถ ส่งเสียง หัวเราะ หันตามเสียงเรียกของ คุณพ่อ คุณแม่ ได้ ดังนั้นจึงควร ส่งเสริม ด้วยการพูดคุย กับลูกโดยใช้ภาษา สั้นๆ ง่ายๆ และน้ำเสียงสูงต่ำ ในขณะที่ทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ

4.การส่งเสริม พัฒนาการด้านสังคม
เด็ก จะมีพัฒนาการ จำพ่อแม่และผู้เลี้ยงดูได้ เมื่ออายุประมาณ 5 เดือน เริ่มแยกแยะคนแปลกหน้าได้เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน รวมถึงการจดจำชื่อของตัวเองได้ และหันตามเสียงเรียกชื่อของตัวเอง ดังนั้นพ่อแม่ ควรเรียกชื่อลูกบ่อยๆ พูดคุย เล่น หรือ ร้องเพลงกับลูก อาจ อุ้มลูก นั่งตักและอ่าน หนังสือภาพ นิทาน ให้ลูกฟัง ควรหาโอกาสให้ลูกได้พบปะคนแปลกหน้า ที่ไม่คุ้นเคยบ้าง รวมถึงให้ลูกฟัง เพลง ดนตรี เสียงอื่นๆ เช่น เสียงสัตว์ ต่างๆ เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ถึง ความแตกต่าง โดยเด็กจะตอบสนอง ด้วยอาการต่างๆผ่านทางสีหน้า เช่นดีใจ ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ กลัว โกรธ เป็นต้น

ไม่มีความคิดเห็น: